การขึ้น Model และการบริหาร BIM

การตรวจจับข้อขัดแย้งตั้งแต่เนิ่นๆ ปริมาณที่เชื่อถือได้ และการตัดสินใจที่ชัดเจนสำหรับการออกแบบทุกสาขา ก่อนที่จะส่งข้อมูลใดๆ ให้หน้างาน

ทำไมระบบจำลองสารสนเทศอาคาร (BIM) จึงสำคัญ

หากไม่มีการประสานงานที่ดี จะมีความเสี่ยงสะสมโดยที่ไม่มีใครเห็น แต่ละสาขาจะแยกกันออกแบบ ทำให้มีข้อขัดแย้งระหว่างแบบที่ส่งไปถึงหน้างาน และเกิดปัญหาปริมาณไม่ตรงกับแบบที่ทำไว้

  • คานชนท่อเพราะไม่เคยมีการเทียบแบบโครงสร้างและ MEP เทียบกัน
  • การประมาณปริมาณจากแบบ 2 มิติ เป็นการประมาณการที่อาจจะไม่ตรงกับแบบและทำให้การจัดซื้อบิดเบือนจากความเป็นจริง
  • มี RFI จำนวนมากเพราะไม่สามารถรีวิวแบบได้สะดวกเหมือนในโมเดล
  • เจ้าของจำต้องอนุมัติแบบดูแล้วไม่เข้าใจ แล้วจะต้องมาขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขในระหว่างก่อสร้าง

งานที่เราส่งมอบ

การประสานงานรวมทุกสาขาการออกแบบ

  • ทั้งงานสถาปัตยกรรม โครงสร้าง และ MEP ในโมเดลรวมเดียว
  • ข้อขัดแย้งถูกตรวจจับและติดตามก่อนส่งแบบออก
  • แบบทุกสาขาจะต้องสอดคล้องกันทุกครั้งที่อัปเดตโมเดล
  • ตรวจสอบ Constructability โดยเทียบกับ Geometry ที่ผ่านการประสานงานมาแล้ว

การควบคุมปริมาณ

  • ปริมาณวัดจากโมเดล ไม่ใช่ประมาณจากแบบ
  • BOQ ผูกกับสถานะโมเดลปัจจุบัน อัปเดตทุกครั้งที่แบบเปลี่ยน

การทำแบบ

  • มีการกำหนดรูปแบบและหน้าตาตามมาตรฐานของโครงการตั้งแต่เริ่ม
  • คำอธิบายประกอบและรายละเอียดดึงมาจากโมเดลจริง
  • แบบสอดคล้องกันเสมอเพราะใช้ source เดียวกัน
  • มีการติดตามการปฏิบัติตามข้อกำหนด LOD ในแต่ละสาขา

ข้อมูลแผนงานและต้นทุน

  • แต่ละองค์ประกอบบรรจุข้อมูลแผนงานและต้นทุนสำหรับการใช้งาน 4D/5D
  • พร้อม export สำหรับ Navisworks, Synchro และ Excel
  • ส่งแบบ IFC และ COBie สำหรับงานปลายน้ำ
  • จัดโครงสร้างข้อมูล Metadata สำหรับการจัดการอาคารตั้งแต่เริ่มแรก

การบริหารจัดการ BIM

หากขาดการกำกับดูแล ความถูกต้องแม่นยำของ Geometry ในโมเดลจะค่อยๆ เสื่อมถอย การบริหารจัดการ BIM จะช่วยรักษาการตั้งชื่อให้สอดคล้อง รีวิวตามตารางเวลา และงานที่ต้องส่งมอบจะเป็นไปในรูปแบบตามข้อกำหนดในการประสานงาน ต้นทุน และการส่งมอบงานโครงการ

  • จัดทำ BEP และ CDE เพื่อให้ทุกทีมทำงานจากมาตรฐานและสภาพแวดล้อมข้อมูลเดียวกัน
  • มีการรีวิวและแก้ไขข้อขัดแย้งตามกำหนดเวลาที่แน่นอน มีการติดตามปัญหา ไม่ใช่มาค้นพบภายหลังอย่างไม่คาดฝัน
  • มีการบังคับใช้มาตรฐานการสร้างโมเดล (การตั้งชื่อ การจำแนกประเภท LOD/LOI) อย่างสม่ำเสมอในทุกสาขา
  • มีการเตรียมข้อมูลที่ต้องส่งมอบ (COBie, ข้อมูลสินทรัพย์) สำหรับส่งต่อให้ FM ในรูปแบบที่กำหนดได้
  • มีการติดตามความคืบหน้า ผ่านแดชบอร์ดที่แจ้งความเสี่ยง การเลื่อนแผนงาน และผลกระทบต้นทุนตั้งแต่เนิ่นๆ

โครงสร้างคาโนปี

แทรกแซงตั้งแต่ต้นน้ำ

การแก้ปัญหามีต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นตามเวลา คือ ถูกสุดบนกระดาษ แพงขึ้นเมื่อถึงหน้างาน และสร้างความเสียหายอย่างหนักถ้าต้องแก้ไขหลังส่งมอบ หลักการนี้ คือ สิ่งที่กำหนดตารางรีวิว การตรวจจับข้อขัดแย้ง และการวางโครงสร้างการทำการตัดสินใจในการประสานงาน

แก้ปัญหาบนกระดาษ ไม่ใช่ที่หน้างาน

ดูรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางของเรา

แต่ละทีมประสานงานกันอย่างไร

มีการติดตามการเปลี่ยนแปลงในโมเดลทุกอย่าง มีการบันทึกข้อขัดแย้งและมอบหมายผู้ทำการแก้ไข มีการรีวิวการดำเนินตามตารางเวลาที่กำหนด ไม่ใช่เมื่อมีคนนึกได้

  • โมเดลบนคลาวด์ โดยทีมงานสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ และมีการควบคุมเวอร์ชั่น
  • มีการรีวิวข้อขัดแย้งและมอบหมายผู้ทำการแก้ไขทุกสัปดาห์
  • ในรายงานการประสานงาน จะมีภาพหน้าจอโมเดลที่มีมาร์กอัปประกอบ
  • มีตารางการรีวิวโดยจัดขึ้นตามเขตเวลาของคุณ

กรณีศึกษาที่เลือกมาแสดง

การสร้างโมเดลรวมและดูแลไปจนถึงการส่งมอบแบบดิจิทัลในโครงการจริง

เริ่มต้นด้วยการรีวิวการประสานงาน

แชร์แบบหรือโมเดลปัจจุบันของคุณ เราจะช่วยระบุจุดที่มีช่องว่างในการประสานงานและช่วยดูว่า BIM จะปิดช่องว่างนั้นได้อย่างไร

ติดต่อเรา →