การสำรวจปริมาณ

ต้นทุนบานปลายเมื่อมีการประมาณการครั้งเดียวแล้วไม่ได้ตรวจสอบอีก เรารักษางบประมาณให้สอดคล้องกับแบบจริง ขอบเขตงานจริง และข้อผูกพันจริงในทุกขั้นตอนของโครงการ

ทำไมการควบคุมต้นทุนจึงสำคัญ

ต้นทุนเกินงบประมาณมักจะมาจาก มีการประเมินมูลค่างานเปลี่ยนแปลงหลังจากที่สั่งทำไปแล้ว มีงานเปลี่ยนแปลงที่ยังไม่ได้รับการประเมินสะสม และการตัดสินใจจัดซื้อจัดจ้างจากข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ

  • งบประมาณตั้งขึ้นมาในช่วงคอนเซปต์ แล้วไม่เคยปรับตามการพัฒนาแบบ
  • อนุมัติงานเปลี่ยนแปลงโดยไม่มีการประเมินผลกระทบด้านต้นทุนหรือแผนงาน
  • การประมูลประเมินจากราคาอย่างเดียวเพราะ BOQ คลุมเครือเกินกว่าจะเอามาเทียบกันได้
  • มีข้อพิพาทในการปิดบัญชีเพราะไม่มีการติดตามและจัดทำเอกสารการประเมินมูลค่าอย่างสม่ำเสมอ

สิ่งที่เราควบคุม

Cost Baseline และการประมาณการ

  • งบประมาณคิดจากปริมาณที่วัดได้ ไม่ใช่วงเงินสำรองหรือสมมติฐาน
  • ต้นทุนตรวจสอบเทียบกับแบบในแต่ละขั้นตอนเพื่อตรวจหาค่าใช้จ่ายนอกงบประมาณตั้งแต่เนิ่นๆ
  • เปรียบเทียบตลาดกับอัตราท้องถิ่นและข้อมูลประมูลล่าสุด
  • แผนต้นทุนอัปเดตเมื่อมีการพัฒนาขอบเขตงานต่อไป โดยไม่หยุดนิ่งที่ช่วงคอนเซปต์

การจัดซื้อและการควบคุมการประมูล

  • จัดทำ BOQ ละเอียดเพียงพอสำหรับการประเมินที่ยุติธรรมและเปรียบเทียบได้
  • จ้ดโครงสร้างการประมูลเพื่อการวิเคราะห์ที่โปร่งใส
  • จัดให้มีการชี้แจงแบบเพื่อรับประกันให้ข้อเสนอทั้งหมดอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน
  • การรายงานข้อแนะนำ พร้อมเหตุผลที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่ราคาต่ำสุด

การบริหารงานเปลี่ยนแปลงและสัญญา

  • มีการประเมินงานเปลี่ยนแปลงทุกงานก่อนอนุมัติ พร้อมแจ้งผลกระทบด้านต้นทุนและแผนงาน
  • มีการรีวิวเอกสารชำระเงิน โดยเทียบกับปริมาณงานที่วัดได้จริงที่หน้างาน ไม่ใช่จากการอ้างอิงของผู้รับเหมา
  • คอยอัพเดตการคาดการณ์กระแสเงินสดตามระยะเวลาที่กำหนด
  • ส่งรายงานค่าใช้จ่าย โดยระบุงบประมาณที่ตั้งไว้ ค่าใช้จ่ายที่ประมาณตามสถานการณ์จริง และมูลค่าค่าใช้จ่ายที่เพิ่มหรือลด

การปิดบัญชีสุดท้ายและการปิดงาน

  • จะมีการเทียบค่าใช้จ่ายทั้งหมดกับสัญญา งานเปลี่ยนแปลง และปริมาณงานที่ทำจริง
  • เอกสารบันทึกการเจรจาข้อโต้แย้ง พร้อมหลักฐาน
  • ปิดบัญชีสุดท้ายพร้อมเอกสารตรวจสอบฉบับเต็ม

เราควบคุมต้นทุนอย่างไร

การวัด การประเมินมูลค่า และการตรวจสอบดำเนินตามรอบที่กำหนด งบประมาณสอดคล้องกับแบบปัจจุบันและข้อผูกพันปัจจุบันเพราะมีการตรวจสอบค่าใช้จ่ายทุกขั้นตอน ไม่ใช่แค่สรุปตอนจบ

  • แผนค่าใช้จ่าย อัปเดตในการออกแบบแต่ละขั้นตอน เพื่อให้งบประมาณเป็นไปตามขอบเขตงานจริง ไม่ใช่แบบเดิม
  • งานเปลี่ยนแปลง ประเมินมูลค่าและผลกระทบก่อนอนุมัติ ไม่ใช่หลังสร้างเสร็จ
  • การประเมินเอกสารชำระเงิน ตรวจสอบเทียบกับปริมาณงานที่วัดที่หน้างานจริง ไม่ใช่ตามการเรียกร้องของผู้รับเหมาเพียงอย่างเดียว
  • รายงานค่าใช้จ่าย มีการส่งตามรอบที่กำหนดพร้อมงบประมาณที่กำหนดไว้ การคาดการณ์ค่าใช้จ่ายจนจบโครงการ และการวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายเพิ่มลด
  • กระบวณการส่งเรื่องต่อ จะมีการส่งเรื่องต่อเมื่อค่าใช้จ่ายมีแนวโน้มว่าจะเกินงบประมาณ ก่อนที่งบประมาณจะบานปลายจริงๆ

โครงสร้างคาโนปี

ทุกอย่างต้องชัดเจนเสมอ

ค่าใช้จ่ายไม่ใช่ตัวเลขที่ตั้งตอนเริ่มแล้วตรวจตอนจบโครงการ แต่มีการติดตามอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การตัดสินใจทำจากข้อมูลการเงินจริง ไม่ใช่ประมาณการที่ล้าสมัย โดยสามารถเห็นทุกข้อผูกพัน งานเปลี่ยนแปลง และการคาดการณ์ได้ตลอดเวลา

ไม่ควรมีความเงียบ

ดูรายละเอียดแนวทางของเรา

กระแสข้อมูลทางการเงินเป็นอย่างไร

ข้อมูลต้นทุนจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อถูกส่งถึงผู้ตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที มีการรายงานระยะเวลาที่กำหนด ช่วยให้ไม่ต้องกังวลว่าจะมีเรื่องไม่คาดฝัน

  • มีรายงานค่าใช้จ่ายตามระยะเวลาที่กำหนดพร้อมตัวเลขที่ผูกพัน คาดการณ์ และผลต่าง
  • มีการรักษาบันทึกงานเปลี่ยนแปลงพร้อมสถานะ มูลค่า และสถานะการอนุมัติ
  • มีการอัปเดตการคาดการณ์กระแสเงินสดทันทีเมื่อข้อผูกพันและการประเมินมูลค่ามีการเปลี่ยนแปลง
  • มีการแจ้งความเสี่ยงทางงบประมาณ เมื่อมีแนวโน้มบ่งชี้ค่าใช้จ่ายเกินงบที่อาจเกิดขึ้น

กรณีศึกษาที่เลือกมาแสดง

การควบคุมต้นทุนในโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ ภายใต้ข้อจำกัดด้านจัดซื้อจ้าบงและการบริหารสัญญาจริง

เริ่มต้นด้วยการรีวิวค่าใช้จ่าย

แชร์ขอบเขตโครงการหรือสถานะค่าใช้จ่ายปัจจุบัน เราจะช่วยระบุจุดที่ต้องเสริมการควบคุมต้นทุน การจัดซื้อ หรือการจัดการงานเปลี่ยนแปลง เราตอบกลับภายในหนึ่งวันทำการ

ติดต่อเรา →